สตรีทแฟชั่น ถ่ายรูปแนวสตรีท Street Photography

24192 จำนวนผู้เข้าชม  |  street fashion talk

สตรีทแฟชั่น ถ่ายรูปแนวสตรีท  Street Photography


Street photography  (ถ่ายภาพแนวสตรีท)

ตั้งใจมาตลอดที่จะเขียนเรื่อง การถ่ายภาพแนวสตรีท แบบที่เป็น Street Photography จริงๆ  ไม่ใช่แนวแฟชั่น หรือถ่ายภาพแนวสตรีทแฟชั่นนะคะ  แต่เนื่องจากไม่ค่อยจะมีเวลา ก็เลยกว่าจะเขียนออกมาได้




 

Street Photography  หรือการถ่ายภาพข้างถนน (แปลซะตรงตัวเลย) จะเป็นการถ่ายภาพ ที่เน้นเรื่องราวของผู้คน  หรือ lifestyle ในแบบคนเมือง ชีวิตประจำวันบนท้องถนน และการถ่ายแนวนี้ จะเป็นแนวเดียวกับ candid คือการแอบถ่าย เพื่อให้ได้ภาพที่ออกมาเป็นธรรมชาติมากที่สุด  ซึ่งในการถ่ายภาพแนวนี้จะต้องอาศัย การผสมผสานเทคนิคต่างๆ เพื่อให้ได้ภาพที่เหมือน กับเป็นกระจกสะท้อนสังคม โดยจะเน้นความเป็นจริงที่เป็นไปของสภาพสังคม 



 

เพราะฉะนั้นจะภาพที่ออกมาต้องเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่มีการจัดฉาก จัดแสง หรือโพสต์ใดๆ  ซึ่งโดยมากช่างภาพมักจะใช้ภาพขาวดำกันซะส่วนใหญ่ (ผู้เขียนเองก็ชอบภาพขาวดำมากเช่นกัน) เพราะว่าภาพขาวดำ จะให้ความรู้สึก เน้นและดึงอารมณ์ (ดราม่า) ออกมาได้ดีกว่าภาพสี และการภาพถ่ายแนวสตรีทที่ดีนั้น นอกจากจะถ่ายให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด โดยการแอบถ่ายในขณะที่ผู้ถูกถ่ายยังไม่รู้ตัวแล้วนั้น จะต้องสื่อให้ผู้ชมภาพ มีความรู้สึกเหมือนกับว่าเราอยู่ร่วมในเหตุการณ์ด้วยค่ะ


 

 

สถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายภาพแนวสตรีทนั้น แน่นอนที่สุด ก็ต้องอยู่ตามท้องถนนในเมืองใหญ่ ที่ที่ traffic คับคั่ง ซึ่งมีผู้คนมาอยู่รวมกันมากมาย หลากหลายรูปแบบ  หรือสถานที่ที่มีกิจกรรมต่าง ๆ  ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดมาก่อน เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เสน่ห์ของภาพก็จะอยู่ที่การมองหามุมมอง และการเล่าเรื่องในภาพ ด้วยความที่การถ่ายภาพแนวนี้ไม่ค่อยมีข้อจำกัด  จึงทำให้ช่างภาพที่ต้องมนต์สเน่ห์การถ่ายภาพแนวสตรีท สามารถปลดปล่อยจินตนาการ อย่างอิสระในการสร้างสรรค์ภาพได้มากขึ้น


 

และถ้าใครที่อยากจะถ่ายภาพแนวนี้ คุณสมบัติข้อแรกเลย คือต้องมีความกล้าค่ะ ความกล้าในที่นี้ คือ กล้าที่ถ่ายรูปใครก็ไม่รู้ ที่เราไม่รู้จัก โดยที่เรา (อาจจะ) ไม่ได้ขออนุญาตเจ้าตัวก่อน   และเราไม่มีทางเดาได้เลยว่า ถ้าเค้าคนนั้นจับได้ หรือหันมาเห็นคุณถ่ายรูปเค้าอยู่ เค้าจะโอเคหรือไม่ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติสำคัญข้อที่สอง คือ ยิ้มค่ะ ยิ้มเข้าไว้ และถ้าผู้ถูกถ่ายรูปไม่อนุญาต และต่อว่าเรา เราก็ควรจะขอโทษเค้าอย่างจริงใจ ถ้าเค้าขอให้ลบรูปก็ควรต้องลบนะคะ  อย่าไปโกรธกลับ และทะเลาะกับเค้าน๊า.... เพราะในความเป็นจริงแล้ว เรากำลังทำผิดในเรื่องละเมิดสิทธิบุคคลอื่นอยุ่ค่ะ เพราะฉะนั้นไม่ว่ารูปที่ได้มาจะเด็ดขนาดไหน ก็ต้องตัดใจค่ะ



 

ซึ่งจริงๆ แล้ว การถ่ายรูปแนวนี้ ก็มีทั้งแบบขออนุญาต และไม่ได้ขออนุญาต ซึ่งการไม่ได้ขออนุญาตส่วนใหญ่ มักจะเกิดกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และต้องจับภาพในทันทีทันใด จึงทำให้ไม่ได้ขออนุญาตก่อนถ่าย แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ ช่างภาพควรคำนึงถึงมารยาท และกาลเทศะเป็นหลักค่ะ  คุณสมบัติถัดมา ก็คือความอดทนค่ะ  เพราะรูปแนวสตรีท ไม่ใช่ภาพที่เกิดจากการ setting เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องใจเย็นและมีความอดทนในการรอคอยภาพที่จะเกิด ซึ่งหลายครั้งก็ต้องรออยู่หลายชั่วโมงเลยทีเดียว  แต่ในบางครั้งเราก็สามารถประเมินได้ในบางช็อต ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นตรงจุดนี้ เราก็สามารถเล็งกล้องและรอกดชัตเตอร์ไว้ได้เลย 

 

 

 



เทคนิคส่วนตัวที่หลายครั้ง ผุ้เขียนมักจะใช้บ่อยๆ  คือ วิธีการยกกล้องไปที่ภาพที่เห็นอยู่ขณะนั้น โดยไม่มองผ่านช่อง Viewfinder เลย แล้วกดชัตเตอร์ ซึ่งผลลัพธ์ก็มักจะได้รูปที่เป็นธรรมชาติค่ะ (หลักการคล้ายการใช้กล้องโลโม่เลยค่ะ) 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนหลักการถ่ายภาพแนวสตรีท ก็มีหลายข้อ หลายบัญญัติ และก็มีผู้รู้ กูรู้ เขียนกันไว้ในหลายเว็บ หลาย blog เหมือนกันค่ะ (ถ้าสนใจก็ลอง search หาดู)
แต่วันนี้จะขอหยิบยกมาหนึ่งหัวข้อ ที่เพื่อนช่างภาพของผู้เขียน ได้เคยเขียนเอาไว้พอดิบพอดี  และเขียนไว้ได้น่าสนใจมั่กๆ เลยยกมาทั้งกะบิ เพื่อแบ่งปันเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องการถ่ายภาพได้อ่านกัน ซึ่งในเรื่องที่ยกมาจะเป็นเรื่องของ Juxtaposition (ออกเสียงแบบฝาหรั่งว่า จั๊กสตาผะซิฉึ่น ) แปลกันตรงตัว (อีกแล้ว) ก็คือ การวางตำแหน่งเคียงข้างเพื่อการเปรียบเทียบ  ไปอ่านกันเลยค่ะ



------------------------------------------------------------------------------

 


Juxtaposition of Juxtapose means placing things side-by-side. In art this usually is done with the intention of bringing out a specific quality or creating an effect, particularly when two contrasting or opposing elements are used. The viewer’s attention is drawn to the similarities or differences between the elements.

 

เริ่มต้นมาถึง ซัดภาษาอังกฤษซ่ะขนาดนี้ อาจจะทำให้หลายคนมึน พาลไม่อยากอ่านบทความนี้ไป  ข้างบน แปลเป็นไทยได้ คร่าวๆ ว่า เป็นการวางวัตถุสองสิ่งไว้ข้างๆ กัน เพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบ ความต่าง และ ความเหมือน ซึ่งวิธีคิด เรื่อง การเปรียบเทียบ ด้วยการวางของสองสิ่งไว้คู่กันนี้ ใช้มากในวงการโฆษณา เพื่อสื่อความหมายว่า “ของฉันซิเจ๋งกว่า” ตัวอย่าง เช่น โฆษณา ของ Apple ที่ว่า  I’m Mac I’m PC เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจน



 

ในด้านการถ่ายภาพ.......
Juxtaposition เป็นสิ่ง ที่ช่างภาพสตรีท ทั้งหลาย นำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในงานของตน เพื่อสร้างสรรมุมมอง โดยเอาความหลากหลาย ของ ผู้คนและวิถีชีวิตในชีวิตบนท้องถนนในเมือง มาจับคู่กันในกรอบภาพ โดยการเปรียบเทียบ(Compare)  หรือ เปรียบต่าง (Contrast)  นั้น เกิดขึ้นได้ในหลายๆ มิติ ทั้งในเชิงจำนวน หรือทิศทาง สี ประเภท หรือ องค์ประกอบศิลป์ อื่นๆ
 

ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้ง ในแง่การถ่ายภาพ องค์ประกอบ 2 อย่างนั้น อาจจะไม่ได้ เปรียบเทียบกัน แต่กลับรวมกัน เป็นองค์ประกอบใหม่เกิดเป็นความหมายใหม่ๆ ขึ้น ความสามารถในการจับองค์ประกอบ 2 อย่าง มาอยู่ด้วยกันใน กรอบภาพเดียวกัน จนเกิดภาพที่มีเนื้อหาน่าสนใจนั้น ต้องอาศัย การฝึกหัด จินตนาการ และ “ความอดทน” เป็นอย่างมาก ตัวอย่างภาพ Street ที่มีการใช้ Juxtaposition

 


street fashion, street photography, สตรีทแฟชั่น, การถ่ายรูปแนวสตรีท


street fashion, street photography, สตรีทแฟชั่น, การถ่ายรูปแนวสตรีท 
 
http://www.in-public.com/MattStuart/gallery/55
ภาพถ่ายโดย Matt Stuart

street fashion, street photography, สตรีทแฟชั่น, การถ่ายรูปแนวสตรีท


 

 street fashion, street photography, สตรีทแฟชั่น, การถ่ายรูปแนวสตรีท

 http://www.in-public.com/NickTurpin/gallery/67
ภาพโดย Nick Turpin

 

--------- The End ---------

ขอขอบคุณข้อมูลบทความเรื่อง Juxtaposition  จาก www.halfbottle.net  
และรูปภาพประกอบต้นบทความจากผู้เขียนเอง 



street talk by
Roongsai
30-11-09